Man shall not live by bread alone, but by every word that proceeds from the mouth of God. มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วย พระวจนะทุกคำ, ซึ่งออกมาจากพระพระโอษฐ์ของพระเจ้า.

มัทธิว 4:4

Pastor's Biography

ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลอาวุโสของคริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ และเป็นประธานของคณะคริสเตียนสัมพันธ์แห่งประเทศไทยเป็นประธานเครือข่ายค ริสตจักรเซลล์แห่งประเทศไทย และยังดำรงตำแหน่งกรรมการของสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย ท่านเกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2505 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัวบิดาของท่านคือ ศจ.เนียน วิชิตนันทน์ และมารดาของท่านคือ อาจารย์อำไพ วิชิตนันทน์


ประวัติการ ศึกษา
ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ และระดับปริญญาโทที่สถาบัน Asia Pacific Theological Seminary (APTS) ในประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก
จุด เริ่มต้น
ท่านได้มารู้จักกับพระเจ้าตั้งแต่เยาว์วัยเมื่ออายุประมาณ 7-8 ขวบ โดยคุณแม่ได้พาไปที่คริสตจักรบ้านช่างทองหล่อ ท่านได้มีโอกาสสัมผัสกับพระเจ้าและเข้าใจพระกิตติคุณแห่งความจริง เรื่ององค์พระเยซูคริสต์ และได้ตัดสินใจติดตามองค์พระเยซูคริสต์อย่างจริงจังนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ประวัติการรับใช้
ศาสนาจารย์อานุภาพ วิชิตนันทน์ ท่านได้เติบโตมาในครอบครัวผู้รับใช้ บิดาของท่านเคยเป็นนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียง คุณแม่เคยเปิดร้านเสริมสวย เมื่อทั้งสองท่านตัดสินใจรับใช้พระเจ้าเต็มเวลาก็เลิกอาชีพเก่าทั้งหมด และหันมาทุ่มเทรับใช้พระเจ้าเท่านั้น ช่วงแรกของการรับใช้ครอบครัวของท่านถูกส่งไปรับใช้ที่จังหวัดอยุธยา เป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากมาก เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ทั้งบิดามารดาของท่านต่างก็ก้มหน้าก้มตารับใช้พระเจ้าโดยมิได้ย่อท้อหรือ หยุดหย่อน แต่หารู้ไม่ว่าลูกชายคนเดียวของท่านกำลังบันทึกภาพอันแสนขมขื่นใจเกี่ยวกับ ชีวิตการรับใช้อย่างไม่รู้ลืม และตั้งใจไว้แล้วว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตไม่มีทางที่จะรับใช้พระเจ้าเด็ดขาด หลังจากรับใช้พระเจ้าที่นั่นได้ 3 ปี บิดาของท่านก็ได้ย้ายเข้ามาเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรหมู่บ้านเสรี (คริสตจักรเสรีภาพปัจจุบัน) ศจ.อานุภาพในเวลานั้นก็เข้าส่วนในการรับใช้ด้านต่าง ๆ ของคริสตจักรมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกวาด เช็ด ถู คริสตจักร จัดเก้าอี้ ตัดหญ้า ทาสีรั้ว เป็นครูรวีฯ ประธานอนุชน ผู้นำนมัสการ เล่นดนตรี ฯลฯ แต่กระนั้นลึกในใจของท่านก็ตั้งใจไว้แล้วว่าไม่มีทางที่จะรับใช้เต็มเวลา เป็นอันขาด ทั้งนี้เป็นเพราะภาพความทรงจำในอดีต ประกอบกับนิสัยใจคอของท่านที่เป็นคนใจร้อน มุทะลุ เอาแต่ใจตัวเอง และไม่สนใจใคร ถ้าขืนเป็นศิษยาภิบาลคงเป็นเหตุให้สมาชิกทั้งหลายวิ่งหนีออกจากคริสตจักรกัน หมดอย่างแน่นอน ที่ผ่านมารับใช้พระเจ้าแบบทั่ว ๆ ไปอยู่ได้เพราะบารมีของบิดา
จนใจที่สุดเมื่อท่านจบ การศึกษาในระดับปริญญาตรีจาก ABAC สาขาคอมพิวเตอร์ มีบริษัทบางแห่งมาขอเชิญให้ไปทำงาน แต่ในเวลานั้นพระเจ้าตรัสกับท่านผ่านทางพระวจนะว่า  เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายจนกว่าจะสิ้นยุค  (มธ. 28:19-20) และเสียงเรียกจากพระธรรมอิสยาห์ 6:8 ที่พระเจ้าทรงตรัสว่า  เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา  พระวิญญาณได้เร่งเร้าทำงานในใจของท่านอย่างมากจนท่านไม่อาจขัดขืนได้ ท่านพูดกับตัวเองว่า  ข้าพระองค์นี่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด  ท่านจึงตัดสินใจไปศึกษาพระคริสตธรรมต่อที่ต่างประเทศ ท่านกลับมาพร้อมกับนิมิตที่เต็มเปี่ยมในหัวใจต้องการสร้างคริสตจักรแห่ง กลุ่มเซลล์ที่มุ่งมั่นทุ่มเทอย่างสุดชีวิตจิตใจในการเตรียมสมาชิกทุกคนให้ เป็นผู้ที่มีคุณภาพชีวิตที่พรักพร้อมสำหรับการรับใช้ เพื่อจะสามารถนำพระกิตติคุณไปประกาศ และสร้างสาวกคนทุกระดับชั้น ทุกเพศ ทุกวัย โดยการตั้งกลุ่มเซลล์เพื่อประกาศ ฟูมฟัก และสร้างสาวกทั้งในและต่างประเทศ
ศาสนาจารย์อานุภาพ วิชิตนันทน์ เป็นผู้ที่เป็นพระพรในด้านการนมัสการ การสั่งสอนเทศนา การอบรมสั่งสอน และการนำการฟื้นฟูใจมาสู่สมาชิกและคริสตจักรทั้งหลายที่ท่านมีโอกาสไปรับใช้ ท่านได้สมรสกับคุณวีณา (ตุ๊กตา) วิชิตนันทน์ เมื่อปี ค.ศ.1987 ปัจจุบันท่านและภรรยามีบุตรชายหนึ่งคน ชื่อ สันติภาพ วิชิตนันทน์ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ  น้องพีท  ความมุ่งมั่นของศาสนาจารย์อานุภาพ วิชิตนันทน์ คือทุ่มเททุกหยาดเหงื่อ แรงใจ แรงกายเพื่อแผ่นดินพระเจ้าโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และท่านมีความตั้งใจที่จะรับใช้พระเจ้าทั้งครอบครัว ดังนั้นสมาชิกคริสตจักรเสรีภาพจึงได้เห็นภาพที่ท่านและครอบครัวมานะบากบั่น รับใช้พระเจ้าและสร้างพี่น้องด้วยความอุตสาหะจนเป็นภาพชินตา สมาชิกคริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพขอบพระคุณพระเจ้า และซาบซึ้งในความรักที่ศิษยาภิบาลมีต่อสมาชิก ขอพระเจ้าได้รับเกียรติจากชีวิตของท่านยิ่ง ๆ ขึ้นไป